25 June 2026

นโยบายหาเสียง

ทุกครั้งที่สังคมไทยเข้าโหมดเลือกตั้ง สิ่งแวดล้อมจะถูกยกขึ้นมาพูดเสมอ ปลูกป่า ลดฝุ่น แก้โลกร้อน พลังงานสะอาด ถ้อยคำเหล่านี้วนซ้ำมาทุกยุค จนเราคุ้นชินพอจะเชื่อว่าความต่างของพรรคอยู่ที่ความจริงใจ ใครรักโลกมากกว่า ใครเขียวกว่าใคร แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่ลึกกว่านั้นคือ การเลือกตั้งไม่ได้แข่งขันกันว่าใครรักษาธรรมชาติได้ดีกว่า มันแข่งขันกันว่าใครควรเป็นเจ้าของการตัดสินใจเหนือธรรมชาติ นโยบายสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่นโยบายเฉพาะทาง มันคือแบบจำลองรัฐ และแบบจำลองรัฐ 3...
ประชาธิปไตยสิ่งแวดล้อมตอนที่ 17 ได้ชี้ให้เห็นแล้วว่า นโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคการเมืองไทยแม้จะดูทันสมัยและเป็นสากล แต่กลับทำงานอยู่ภายในโครงสร้างอำนาจเดิมอย่างแนบแน่น สิ่งแวดล้อมถูกทำให้เป็นเรื่องทางเทคนิค ไม่ใช่เรื่องของสิทธิ และประชาชนถูกวางไว้ในฐานะผู้รับผลกระทบ ไม่ใช่ผู้กำหนดทิศทาง มาถึงตอนนี้จึงไม่ได้ถามว่าใครสีเขียวกว่าใคร แต่จะถามให้ลึกกว่านั้นว่า ถ้าจะเปลี่ยนจากนโยบายสีเขียว ไปสู่ประชาธิปไตยสิ่งแวดล้อมจริง ๆ อะไรคือสิ่งที่พรรคการเมืองไทยไม่กล้าเขียน และอะไรคืออำนาจที่ต้องถูกยึดคืนจากรัฐและทุน จากการสังเคราะห์นโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคการเมืองทั้งหมดเผยให้เห็นความเงียบร่วมที่น่ากังวล...
หากฟังการหาเสียงของพรรคการเมืองไทยในปีนี้โดยไม่ดูชื่อพรรค แทบแยกไม่ออกเลยว่าใครเป็นใคร ทุกพรรคพูดภาษาเดียวกัน Net Zero, พลังงานสะอาด, การเติบโตสีเขียว, เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ, BCG economy สิ่งแวดล้อมถูกทำให้เป็นฉันทามติกลางทางการเมือง แต่ฉันทามตินี้ไม่ได้เกิดจากชัยชนะของประชาชน หากแต่เกิดจากการที่สิ่งแวดล้อมถูกทำให้ปลอดภัยต่ออำนาจ สิ่งที่ดูเหมือนความก้าวหน้า แต่แท้จริงแล้วเป็นการทำให้ปัญหาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมกลายเป็นเรื่องทางเทคนิค เรื่องของผู้เชี่ยวชาญ เรื่องของตลาด...