ณ เขาหินซ้อน ฉะเชิงเทรา พื้นที่ซึ่งครั้งหนึ่งถูกตราหน้าเป็น “แผ่นดินสำหรับโรงไฟฟ้า” ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP2007) และโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินของบริษัทเนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย (NPS) มูลค่าหลายหมื่นล้าน แต่วันนี้กลับถูกขายภาพใหม่เป็นโรงไฟฟ้าก๊าซบูรพาพาวเวอร์ ภายใต้คำอธิบายสวยหรูว่า พลังงานที่สะอาดกว่า และงอกเงยเพื่อเศรษฐกิจไทย ทว่าภาพเงาวิบวับของพลังงานสะอาดกว่านั้น...
สมัชชา
“รัฐไทยกำลังเดินหน้าไปสู่อนาคตของทุน โดยปล่อยให้สิทธิมนุษยชนตกค้างอยู่ในอดีต” นี่คือประโยคที่สะท้อนสภาวะร่วมสมัยได้ดีที่สุด หากมองผ่านโครงสร้างการพัฒนาเชิงอำนาจในสองพื้นที่ยุทธศาสตร์ ทั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ที่กำลังกลายเป็นเครื่องทดสอบขอบเขตของสิทธิและประชาธิปไตยสิ่งแวดล้อมไทยในศตวรรษที่ 21 หากใครยังจำได้ ช่วงปี 2561 คือจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 โดยมอบอำนาจมหาศาลให้คณะกรรมการนโยบาย...
ในทุกยุคของการพัฒนาไทยจะมีคำสวย ๆ ถูกหยิบขึ้นมาใช้เป็นเครื่องล่อความชอบธรรมให้กับการแย่งยึดทรัพยากรจากชุมชนเสมอ ยุคหนึ่งเรียกว่าพัฒนา ยุคหนึ่งเรียกว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และในวันนี้มันชื่อว่า BCG Economy Model (Bio-Circular-Green Economy) หรือเศรษฐกิจชีวภาพ–หมุนเวียน–สีเขียว รัฐบาลนำเสนอ BCG ว่าเป็นยุทธศาสตร์เศรษฐกิจอนาคต ที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นโมเดลที่ควบรวมพลังของนวัตกรรม...
ปัญหาสิ่งแวดล้อมในสังคมโลกและสังคมไทยเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบทุนนิยม ที่เน้นการใช้ทรัพยากรเพื่อการเติบโต นำไปสู่การผูกขาดผ่านการครอบครอง การสร้างกรรมสิทธิ์เหนือทรัพยากร และการแปรรูปกรรมสิทธิ์ให้กลายเป็นสินค้าเพื่อแสวงหาผลกำไร รัฐซึ่งเกิดขึ้นในวัฒนธรรมการเมืองแบบรวมศูนย์อำนาจ ได้มีบทบาทในการจัดการ ควบคุม และจัดสรรทรัพยากรเพื่อตอบสนองการเติบโตของกลุ่มทุน และควบคุมทรัพยากรเพื่อค้ำอำนาจทางการเมืองและความชอบธรรม ปัญหาของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมมีความแตกต่างจากปัญหาอื่นที่กลไกรัฐจัดการได้ง่าย เนื่องจากมีผลกระทบในวงกว้าง ข้ามเขตแดนอำนาจปกครองและรัฐ และผสานกับปัญหาอื่นจนเกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ การจัดการที่ต้นตอเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ทำให้ปัญหายากที่จะยุติ ไม่สามารถหาผู้ก่อการและผู้เสียหายที่ตายตัวได้...
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 เครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกกสายรวกโขง ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และรมว.ก.ทรัพยากรฯ ขอให้ยกเลิกการสร้างก่อสร้างม่านน้ำดักตะกอนในแม่น้ำกก และแม่น้ำสาย เพื่อท้วงติงต่อความไม่เหมาะสมโครงการก่อสร้างม่านน้ำดักตะกอนของกรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำในฐานะคณะทำงานพิจารณารูปแบบและวิธีการดักตะกอน เพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพนํ้าในพื้นที่แม่นํ้ากกและแม่นํ้าสาย ได้ดำเนินการปรับรูปแบบการสร้างฝายดักตะกอน เป็นรูปแบบม่านน้ำดักตะกอน จำนวน 4 แห่ง...
ทบทวน 3 ตอนที่ผ่านมาเราคุยกันเรื่องอะไร ตอนที่ 1 เมื่อชาวบ้านรู้ทันรัฐ น้ำกกเปลี่ยนสี แต่รัฐบอก “ไม่มีอะไร” ประชาชนเริ่มตื่นรู้ เพราะเห็นลูกหลานเจ็บป่วย เห็นปลานิลลอยตาย และเห็นรัฐเมินเฉย ตอนที่ 2 เมื่อข้อมูลรัฐขัดกับชีวิตคนริมแม่น้ำกก ข้อมูลของรัฐไม่เคยสะท้อนความจริงของชาวบ้าน...
“ปัญหาน้ำปนเปื้อนในลุ่มน้ำกกเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาโดยตลอด และได้กำหนดให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รัฐบาลมุ่งมั่นดำเนินการด้วยความโปร่งใส จริงใจ และยึดประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นศูนย์กลางในทุกขั้นตอน พร้อมรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันเหตุการณ์ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า ทุกปัญหาจะได้รับการแก้ไขอย่างดีที่สุด เพื่อสร้างความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และอนาคตที่ยั่งยืนของประชาชนในพื้นที่และประเทศชาติต่อไป” ศศิกานต์...
“เรายังไม่รู้ข้อมูลว่าปลาที่นำไปตรวจนั้นปลาอะไร เพราะปลาแต่ละชนิดมีการการสะสมของสารปรอทต่างกัน หากตรวจพบในปลานักล่า เช่น ปลาช่อน แสดงว่ามีการสะสมในกุ้ง หอย ปู เมื่อปลาช่อนกินสัตว์เล็กเหล่านั้นเราจับปลามาก็ตรวจเจอ ถือว่ามีการปนเปื้อน แต่หากตรวจปลาเล็กที่ไม่ใชปลานักล่าแล้วเจอในปริมาณนี้ ก็ถือว่าเยอะมาก” สมพร เพ็งคำ นักวิจัยอิสระและผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภายโดยชุมชน (Community Health...
เมื่อแม่น้ำสายกับแม่น้ำกกส่งเสียงเดียวกัน กลางปี 2567 น้ำในลำน้ำสายเปลี่ยนสีไหลขุ่นคล้ำ แม่น้ำรวกข้างเคียงกลายเป็นน้ำเหม็น ชาวบ้านใน ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย เห็นปลาตายในกระชังทุกวัน เด็กเล็กมีอาการผื่นขึ้น หอบเหนื่อย ปวดศีรษะ ขณะเดียวกัน ลำน้ำกก ซึ่งไหลผ่านเมืองเชียงราย ไม่ไกลจากแนวชายแดน ก็เริ่มปรากฏอาการ...
เครือข่ายประชาชนชาวใต้กว่า 100 เครือข่าย รวมตัวกันที่แยกควนหนองหงส์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา โดยออกแถลงการณ์ระบุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ได้มีมติคณะรัฐมนตรีให้ผลักดันกฎหมายกำกับการพัฒนาภาคใต้ฉบับหนึ่งเรียกว่า พระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะนำไปสู่การยึดกุมทรัพยากรในแผ่นดินภาคใต้นำไปให้กับนักลงทุนต่างชาติ กฎหมายฉบับนี้จะก่อเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกว้างขวาง...

